วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

ภูเขาไฟฟุจิ


        ภูเขาฟุจิ (ญี่ปุ่น: 富士山 Fuji-san ฟุจิซัง ?) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซุโอะกะและจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว(東京都) โดยในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นจากโตเกียวได้ใปัจจุบันภูเขาได้ถูกจัดโดยนักวิทยาศาสตร์อยู่ในลักษณะของภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำระเบิดครั้งล่าสุดในปี พ.ศ.2250 (ค.ศ. 1707) ยุคเอะโดะ

      ภูเขาฟุจิ มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า "ฟุจิซัง" ซึ่งในหนังสือในสมัยก่อนเรียกว่า "ฟุจิยะมะ" เนื่องจากตัวอักษรคันจิตัวที่ 3 (山) สามารถอ่านได้สองแบบทั้ง "ยะมะ" และ "ซัง"



      มรดกโลก
      ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 37 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 17-27 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา มีมติให้ภูเขาไฟฟุจิขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อ   "ฟุจิซัง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งที่มาของความบันดาลใจทางศิลปะ"โดยผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้วเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม  ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

     สำหรับภูเขาไฟฟุจิ เป็นภูเขาสูงสุดในญี่ปุ่นที่ระดับความสูง 3,776 เมตรกินอาณาบริเวณ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดของญี่ปุ่น ได้แก่ ยะมะนะชิและชิซุโอะกะ พื้นที่โดยรอบ ประกอบด้วยทะเลสาบฟูจิทั้งห้า อุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮะโกะเนะ-อิซุและน้ำตกชิระอิโตะ



      ประวัติ
      เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟุจิ ครั้งแรกเมื่อพ.ศ.1206โดยนักบวชท่านหนึ่งและในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิภูเขาฟุจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขาโดยในปัจจุบันภูเขาฟุจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟุจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่าง ๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย ภูเขาฟุจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟุจิ

      ในปี พ.ศ. 2556 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ภูขาไฟฟุจิเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในวันที 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ทำให้ภูเขาไฟฟุจิเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 13 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 17 ของประเทศญี่ปุ่น



      สาเหตุที่ทำให้ภูเขาไฟฟุจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

     รูปแบบภูเขาไฟฟุจิและกิจกรรมต่อเนื่องเป็นแรงบันดาลใจจนกลายเป็นวิถีปฏิบัติทางศาสนาที่เชื่อมโยงผู้คนที่นับถือศาสนาชินโต พุทธศาสนา และธรรมชาติเข้าด้วยกัน ภูเขาไฟฟุจิยังเป็นแรงบันดาลใจต่อศิลปินในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในการผลิตภาพเขียนที่มีลักษณะทางวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ภูเขาไฟลูกนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และมีอิทธิพลต่อการพัฒนาของศิลปะตะวันตก ทั้งนี้ ภูเขาไฟฟุจิซึ่งมีความสูง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จากการที่มีหิมะปกคลุมบริเวณยอดเขา ทำให้กลายเป็นจุดดึงดูดผู้คนมานานหลายร้อยปี




ชมวิวภูเขาฟูจิ
คุณสามารถชื่นชมความสวยงามของภูเขาฟูจิในระยะใกล้ จากหลากหลายสถานที่ในเมืองฟูจิควางุจิโกะ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างจุดชมวิวที่น่าสนใจมาแนะนำให้ได้ชมกัน



      ภูเขาริวงะตะเกะ                                               
      ตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงต้นเดือนมกราคม จะมองเห็น“ภูเขาฟูจิประดุจดังเพชร”     (ไดอะมอนฟูจิ) เมื่อเวลาพระอาทิตย์ขึ้นอยู่เหนือยอดภูเขาฟูจิ จะแลเห็นแสงเหมือนเพชร ส่องอยู่บนยอดเขา


       
        ทะเลสาบโชจิโกะตะเตะโง-ฮะมะ
        สามารถมองเห็นภูเขาฟูจิ อยู่ด้านหลังของภูเขาโอมุโระ ที่ลูกเล็กกว่าในลักษณะซ้อนกันอยู่



       มิซุโทเกะ (สันเขามิซุ)
       จากสันเขานี้จะสามารถมองเห็นภูเขาฟูจิได้ในระยะใกล้ชิดและงดงาม ซึ่งที่สันเขานี้ยังมีเส้นทางสำหรับการเดินป่าในหลากหลายเส้นทางอีกด้วย



        ไซโกะอิยาชิโนะซาโตเน็มบะ
        ในบริเวณนี้ มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่มุงหลังคาด้วยฟางอยู่มากกว่า 40หลังเรียงรายกันอยู่ และได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นมาก่อน จนกระทั่งเกิดพายุในปี 1966 ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันมีการบูรณะซ่อมแซมให้กลับมาเป็นสภาพเดิมแล้ว



       เส้นทางเดินเล่นทางทิศเหนือริมทะเลสาบคาวางุจิโกะ
       คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นริมทะเลสาบคาวางุจิโกะไปพร้อมกับการชื่นชมทัศนียภาพของภูเขาฟูจิ



       สวนสาธารณะโออิชิ
       จุดชมวิวภูเขาฟูจิข้ามผ่านทะเลสาบคาวางุจิโกะ ซึ่งจะขอแนะนำในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นพิเศษ เพราะท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยดอกลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่ง




       อุบุยากาซากิ
       สามารถเห็นภูเขาฟูจิ ได้อย่างงดงามยามมองผ่านดอกซากุระจากทางด้านเหนือของสะพาน คาวางุจิโกะ-โอฮะชิ ที่ทอดผ่านทะเลสาบคาวางุจิโกะ



********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น